การจดทะเบียนบริษัทคืออะไร ฉบับเข้าใจง่าย

How Emerging Technologies Affect Culture

ในยุคของเด็กรุ่นใหม่มีเยาวชนและวัยรุ่นมากมายหลากหลายคนที่หันมาสนใจเรื่องของการทำธุรกิจขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการส่งออก หรือแม้กระทั่งการเป็นเจ้าของธุรกิจที่เป็นแบรนด์สินค้าของตนเอง ซึ่งจะต้องมีการจดทะเบียนบริษัทให้เรียบร้อยเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายในการชำระภาษีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือขนาดใหญ่ เมื่อมีการก่อตั้งเป็นบริษัทขึ้นจะต้องมีการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งจะมีขั้นตอนในการจดทะเบียนด้วยกันหลากหลายขั้นตอนแต่สามารถทำได้อย่างง่ายดายและไม่ยุ่งยาก อย่างแรกเลยเราจะต้องการจะตั้งชื่อบริษัทที่ยังไม่มีผู้ใดคิดค้นหรือใช้ชื่อที่เราตั้งนี้มาก่อนต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับบริษัทอื่นที่เคยจดทะเบียนไปแล้ว เราสามารถยื่นจองได้สูงสุด 3 ชื่อด้วยกัน ซึ่งจะได้รับการพิจารณาจากชื่อแรกเป็นต้นไปจนถึงชื่อที่ 3 โดยจะมีหลักเกณฑ์ในการประเมินชื่อ ถ้าชื่อแรกไม่ผ่านเกณฑ์ทางนายทะเบียนก็จะพิจารณาที่ชื่อถัดไป จนถึงชื่อลำดับที่ 3 เมื่อมีการยื่นจองสำเร็จแล้วนั้นก็จะมีการทำการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิต่อไป และทำการยื่นต่อนายทะเบียนอีกครั้ง ซึ่งต้องมีการระบุที่อยู่ของโรงงานหรือบริษัทที่ตั้ง มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัท จำนวนหุ้น และข้อมูลผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป รวมถึงชื่อของบริษัทจะถูกต่อท้ายด้วยคำว่า “จำกัด”

ในการยื่นเอกสารนี้นั้นจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลา 1 เดือนนับตั้งแต่ผลการอนุมัติการจองชื่อเสร็จสิ้น จากนั้นจะมีการจัดให้มีการจองหุ้นบริษัทรวมทั้งนัดประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด ซึ่งจะเป็นบุคคลใดก็ได้แต่ต้องมีการถือหุ้นคนละ 1 หุ้นหรือมากกว่า 1 หุ้นเป็นต้นไป เมื่อมีการขายหุ้นของบริษัทครบแล้วจึงมีการออกหนังสือเพื่อทำการประชุมผู้ถือหุ้นภายหลังการประชุมอย่างน้อย 7 วัน เมื่อมีการจัดประชุมเพื่อจัดตั้งการจดทะเบียนบริษัทจะต้องมีการตั้งกฎกติการวมไปถึงระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ของบริษัท และมีขั้นตอนหรือกฎในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งผู้มีอำนาจในการเป็นคณะกรรมการของบริษัท จากนั้นจะต้องคัดเลือกผู้ตรวจสอบบัญชีเพื่อทำการตรวจสอบและงบการเงินของบริษัทว่าถูกต้องหรือไม่

สำหรับผู้ตรวจสอบนั้นจะต้องเป็นเพียงบุคคลธรรมดาไม่ใช่บุคคลที่ถือหุ้นร่วมกันในบริษัท หากว่าการตกลงกันหรือการประชุมผู้ถือหุ้นที่เกิดขึ้นนี้ดำเนินการอย่างล่าช้าหรือไม่มีความคืบหน้าจะถือว่าเป็นโมฆะทั้งหมด และต้องจัดการประชุมใหม่อีกครั้ง

ภายหลังจากที่ดำเนินการทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้วจะต้องไปชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัท

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธินั้นจะคิดแสนละ 50 บาท โดยคำนวณเศษที่เกินมาคิดเป็นจำนวนเต็มแสนเท่านั้น ค่าธรรมเนียมในการชำระขั้นต่ำจะอยู่ที่ 500 บาทโดยสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัทจะถูกคิดตามทุนการจดทะเบียนแสนละ 500 บาท แต่จะมีขั้นต่ำในการชำระเงินไม่น้อยกว่า 5,000 บาทและสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท

ค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรองราคาฉบับละ 200 บาท

ใบสำคัญที่ใช้ในการแสดงการจดทะเบียนฉบับละ 100 บาท และค่ารับรองสำเนาเอกสารหน้าละ 50 บาท

เมื่อชำระค่าธรรมเนียมเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องมีการมารับหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและใบหลักฐานสำคัญว่าได้มีการดำเนินการจดทะเบียนซึ่งเมื่อได้รับมอบหนังสือรับรองแล้วจะถือว่าบริษัทได้ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ โดยสมบูรณ์ตามที่บริษัทพึ่งมีทุกประการ หากมีการจัดตั้งการจดทะเบียนอย่างถูกต้องจะทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและถือว่าสามารถช่วยลดขั้นตอนการทำงานของผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนได้เป็นอย่างดี